วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

Karb Studio เปิดแง่มุมความง่ายและงามของอาหาร by “สุทธิพงษ์ สุริยะ” www.karbstyle.com

Karb Studio เปิดแง่มุมความง่ายและงามของอาหารในธุรกิจอาหาร นอกเหนือไปจากรสชาติของอาหารนั้นๆ แล้ว ปัจจัยที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ หน้าตาของอาหารและบรรจุภัณฑ์ หรือหากเป็นร้านอาหาร บรรยากาศและการตกแต่งร้านโดยรวม เรื่อยไปจนถึงเมนูหรือภาชนะที่ใช้เสิร์ฟก็จัดว่าเป็นองค์สุทธิพงษ์ สุริยะสุทธิพงษ์ สุริยะประกอบที่สำคัญ และยิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีกในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่ผู้คนรักการแชร์สิ่งต่างๆ ให้คนอื่นได้รับรู้ ยิ่งหน้าตาของอาหารมีความสวยงามหรือสะดุดตามากขึ้นเท่าไหร่  ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ด้วยสาเหตุนี้เองอาชีพ "ฟูดสไตลิสต์" (Food Stylist) หรือผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและสร้างสรรค์ภาพลักษณ์ให้กับอาหารจึงเกิดขึ้นและเป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในประเทศไทย หากจะพูดถึงอาชีพนี้ เชื่อได้ว่าชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในใจใครหลายคนก็คือชื่อของ สุทธิพงษ์ สุริยะหรือขาบ กรรมการผู้จัดการบริษัท ขาบ สไตล์ จำกัด  ผู้ก่อตั้ง "Karb Studio" ผู้ให้บริการด้านสร้างภาพลักษณ์ให้ธุรกิจอาหารครบวงจรรายแรกของประเทศไทย5204
    โดยฟูดสไตลิสต์ชั้นนำที่คร่ำหวอดในวงการศิลปะและอาหารมากว่า 16 ปี ได้เล่าย้อนให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการเลือกเดินบนถนนสายนี้ว่า เนื่องจากธุรกิจของครอบครัวนั้นทำธุรกิจซื้อขายวัตถุดิบทางการเกษตรและร้านอาหาร จึงทำให้ตนเองมีความสนใจและคลุกคลีกับอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องวัตถุดิบมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งนั่นเองเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นฟูดสไตลิสต์ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้ใครในเวลาต่อมา
    "ตั้งแต่เด็ก ผมเชื่อมาตลอดว่า วัตถุดิบทางการเกษตรของไทยมีความงามอยู่ในตัวมันเอง ส่วนเมื่อโตขึ้นมา ส่วนตัวผมก็มีความสนใจในงานศิลปะและงานสร้างสรรค์แขนงต่างๆ ซึ่งก่อนที่เลือกเดินเส้นทางฟูดสไตลิสต์อย่างเต็มตัว ก็ได้มีโอกาสทำงานด้านดีไซน์เกี่ยวกับอาหารให้กับแม็กกาซีนหลายเล่ม และเคยเป็นครีเอทีฟให้กับเอเยนซีโฆษณาด้วย ทำให้เราเข้าใจถึงแนวคิดของพาณิชย์ศิลป์ การประยุกต์ไลฟ์สไตล์ของคนเข้ากับการทำธุรกิจ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยหล่อหลอมให้ผมกลายมาเป็นฟูดสไตลิสต์อย่างทุกวันนี้"
5202    หลังจากทำงานฟรีแลนซ์และเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจอาหารจนมากพอแล้ว สุทธิพงษ์จึงตัดสินใจเปิด "Karb Studio" ขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อราว 9 ปีที่แล้ว เพื่อให้บริการสร้างด้านภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจอาหารอย่างครบวงจร ซึ่งใน
    ปัจจุบันมีตั้งแต่ Food Styling เน้นสื่อความงามของวัตถุดิบอาหาร Food Packaging Design ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์อาหารให้มากไปด้วยสไตล์และรสนิยม Food Publication Design ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์อาหารทุกชนิด เรื่อยไปจนถึง Shop& Restaurant Development ให้คำแนะนำและปรับโฉมร้านค้าหรือร้านอาหารต่างๆ ให้มีดีไซน์โดดเด่นทันสมัย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.karbstyle.com)
    "ตอนที่ผมตัดสินใจจะเปิด ‘Karb Studio’ ผมไม่รู้เลยว่าธุรกิจนี้จะเกิดหรือดับ เพราะตอนนั้นถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับประเทศไทย แต่ผมก็ลองมานั่งคิดวิเคราะห์ดูว่า ประเทศของเราเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบการเกษตร เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก แต่ทำไมผู้เชี่ยวชาญหรือธุรกิจด้านฟูดสไตลิสต์ถึงแทบไม่มี ผมมองเห็นช่องว่างตรงนี้ ก็เลยคิดที่จะทำบริษัทให้เป็นเรื่องเป็นราว  จนถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเราเป็นผู้ให้บริการด้านนี้อย่างครบวงจรรายแรกของประเทศ"
    นอกจากนี้สุทธิพงษ์ยังมีผลงานอื่นอีกมากมายที่ก่อเกิดมาจากรากเหง้าในความรักอาหารและศิลปะ เช่น ผลงานพ็อกเกตบุ๊กเกี่ยวกับอาหารหลายเล่มซึ่งได้รับรางวัลการันตีมากมายจากงานประกวดตำราอาหารระดับโลกอย่าง Gourmand World Cookbook Awards ประเทศสเปน ด้วยประสบการณ์มากมายและผลงานที่หลากหลายในแวดวงธุรกิจอาหาร ทำให้วันนี้ชื่อของสุทธิพงษ์และ "Karb Studio" ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในแวดวงธุรกิจอาหารมากมาย ซึ่งเขาไม่เคยหยุดมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อนำไปพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป  เมื่อถามถึงแผนการในอนาคต  เขาบอกว่า นอกจากงานหลักในการบริหาร "Karb Studio" แล้ว  ยังมุ่งมั่นในการนำความรู้ความเชี่ยวชาญที่ตนมีเผยแพร่ให้กับสังคมในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผ่านการเป็นวิทยากรรับเชิญและเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงการทำงานให้กับมูลนิธิและโครงการหลวงหลายโครงการอีกด้วย

5203

เครดิต : http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=208229:karb-studio-&catid=232:smes-news&Itemid=622#.UzowxfRdWSo

การเรียนรู้มีอยู่รอบตัวจึงเกิด KARB STUDIO ขึ้นมา โดย สุทธิพงษ์ สุริยะ www.karbstyle.com


การเรียนรู้มีอยู่รอบตัวจึงเกิด KARB STUDIO ขึ้นมา

"“ผมเกิดที่หนองคายในชุมชนอินโดจีนซึ่งคนเวียดนาม 
คนลาว และคนไทย ได้เรียนรู้เรื่องการทำอาหารมาจากคนที่อยู่รอบๆ ตัว ผมเองก็ได้พัฒนาสิ่งเหล่านี้ขึ้น ด้วยการนำเอาดีไซน์มาใช้กับอาหาร ไม่ว่าจะการออกแบบผลิตภัณฑ์บรรจุอาหาร ตำราอาหาร หรืองานที่ปรึกษาด้านนักกำหนดคอนเซ็ปต์อาหารจนกระทั่งวันหนึ่งที่ต้องการทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับอาหารอย่างจริงจัง ผมจึงมองหาบ้านสักหลังเพื่อใช้เป็นโฮมออฟฟิศ และตกแต่งด้วยตัวเอง นั่นก็คือ KARB STUDIO แห่งนี้”
-คุณขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ กับน้องเหมียวตัวโปรด ในมุมอ่านหนังสือซึ่งส่วนมากจะเป็นตำราอาหารจากแหล่งต่างๆ ที่สะสมจากทั่วโลก มีนักเขียนที่ชอบมากมายเป็นแรงบันดาลใจ อาทิ ดอนนา เฮย์ มาร์ธา สจ๊วต และเจมี โอลิเวอร์"

เครดิต http://www.megazy.com/%E0%B8%94%E0%B8%B9/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-52721.htm

ซุปถั่วลันเตาใส่โหระพาและกุ้ง โดย อ.ขาบ สุทธิพงษ์ สุริยะ www.karbstyle.com

ซุปถั่วลันเตาใส่โหระพาและกุ้ง โดย อ.ขาบ สุทธิพงษ์

สวยทั้งรูป จูบก็หอม by “สุทธิพงษ์ สุริยะ” www.karbstyle.com


ความสวยงามของอาหารนับเป็นอาหารตาที่ไม่ว่าใครที่ได้เห็นเป็นต้องอิ่มเอมอิ่มใจไปกับภาพความสวยงามเหล่านั้น และเมื่อได้ลองลิ้มชิมรสอาหารจานสวยเหล่านั้นแล้วได้รสชาติที่ถูกปาก แน่นอนว่าย่อมสร้างความประทับใจให้คุณมิรู้ลืม ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความสวยงามของอาหารเหล่านั้นเราเรียกกันว่า “Food Stylist” ซึ่งวันนี้ทีมงานโรงแรมดีมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ “สุทธิพงษ์ สุริยะ” หรือ “คุณขาบ” ฟู้ดสไตลิสต์ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะและอาหารมากว่า 16 ปี
ปัจจุบันคุณขาบดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท ขาบสไตล์ จำกัด เป็นองค์กรที่ให้บริการด้านการสร้างภาพลักษณ์ และแบรนดิ้งให้กับธุรกิจประเภทอาหาร ซึ่งเป็นที่ยอมรับในเรื่องของมาตรฐานสากล ทั้งสไตล์การคิดงาน การมององค์ประกอบอย่างรอบด้านด้วยความเข้าใจและเข้าถึงแก่น ซึ่งที่ผ่านมาคุณขาบก็ได้เคยผ่านงานด้านโรงแรมโดยเป็นฟู้ดสไตลิสต์ให้กับร้าน Momo Café โรงแรมคอทยาร์ด บาย แมริออท รวมถึงเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งคุณขาบเล่าให้ฟังถึงเทคนิคในการตกแต่งจานอาหารให้ฟังว่า

“ปรัชญาในการจัดแต่งจานอาหารของผมคือ ‘เรียบแต่ไม่ง่าย’ คือ เน้นวัตถุดิบอาหารในจานเป็นพระเอก โดยเข้าใจและคำนึงถึงองค์ประกอบที่เอามาปรุง สีสันและรูปทรง สองอย่างนี้เป็นเรื่องของศิลปะ เมื่อนำมาใส่ภาชนะที่เหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องมีอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ความงามของอาหารก็จะโดดเด่นขึ้นมา แต่ทั้งหมดต้องจัดการทำอยู่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่าสีขาว ไม่ว่าจะเป็นผ้า จาน ชาม เพื่อไม่เป็นการรบกวนแม่สีของอาหาร
หน้าที่ของฟู้ดสไตลิสต์ที่ดีคือ ส่งเสริมและสร้างความโดดเด่นให้ตัวของเชฟ สิ่งที่เขาทำออกมา นั่นคือผลงานศิลปะชั้นเยียม วิเคราะห์สิ่งที่เชฟทำออกมา และส่งเขาไปให้ดีที่สุด”


ซึ่งคุณขาบยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “’อาหารกับโรงแรมเป็นของคู่กันที่แยกจากกันไม่ได้ เพราะโรงแรมมีให้บริการความพึงพอใจของลูกค้า คือ การพักผ่อน เรื่องที่พักกับการกิน การกิน 50% ถ้าเราสามารถทำให้อาหารมันดูมีพลัง ก็เกิดการขาย ทำให้มีรายได้เข้ามาหาโรงแรม เป็นเรื่องที่โรงแรมต้องให้ความสำคัญ ว่าจะทำอย่างไรให้อาหารที่เชฟทำทุกจานเป็นอาหารที่ได้มาตรฐานสากล จะทำอย่างไรให้คนที่มาทานอาหารที่นี่ ถ่ายรูปแล้วแชร์ในโซเชียล เน็ตเวิร์ค ทำให้คนรับรู้ไปทั่วโลก”
ฟู้ดสไตลิสต์เป็นเพียงคนที่วางรากฐาน มาตรฐานให้กับร้านอาหารในโรงแรมแต่ละที่ มีหน้าที่สนับสนุนธุรกิจให้เดินทางไปในทิศทางที่ใช่ ทำให้มีความชัดเจนของแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารไทย เป็นอาหารที่ไม่มีฟอร์ม การที่มีฟู้ดสไตลิสต์ เข้ามาช่วยเชฟดูในเรื่องนี้ จะทำให้เชฟเข้าใจเรื่องการจัดวาง และองค์ประกอบของศิลปะ สามารถสร้างสรรค์อาหารให้กลายเป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยมได้ ส่งผลให้เกิดรายได้ให้กับโรงแรม


อย่างไรก็ดี ความสวยงามนับเป็นอาหารตาที่สร้างความพึงพอใจให้กับคน ส่วนรสชาติความอร่อยก็เป็นอีกสิ่งที่ฟู้ดสไตลิสต์ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ อาหารที่ต้องทานตอนร้อน ก็ต้องจัดให้สวยงามในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อให้คนได้ลิ้มรสอาหารขณะร้อนๆ เพื่อจะได้ลิ้มรสชาติที่ควรจะเป็นในอาหารจานนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้ได้ลิ้มลองไปอีกนาน
สำหรับผู้สนใจที่จะเรียนรู้เรื่องฟู้ดสไตลิสต์ด้วยตัวเอง สามารถติดตามและเรียนรู้ได้ที่ www.karbstyle.com กันเลยจ้า
เรื่อง  : ชมภูนุช ฉัตรนภารัตน์ 
เครดิต : http://www.rongramdee.com/?p=2051

KARB STUDIO ผสานธุรกิจเข้ากับศิลปะ โดย สุทธิพงษ์ สุริยะ www.karbstyle.com

KARB STUDIO ผสานธุรกิจเข้ากับศิลปะ

 

 


การสร้าง บุคลิกให้กับตราสินค้า (Brand Characteristic) ไม่ใช่เรื่องง่าย การจะสร้างแบรนด์ให้สำเร็จได้ ผู้ประกอบการต้องรู้จักและเข้าใจคุณค่าของสินค้าทั้งในเชิงการตลาดและความ งามด้านศิลปะเพื่อเข้าถึงใจของผู้บริโภค จากแนวคิดนี้ทำให้ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดัง “ขาบ” สุทธิพงษ์ สุริยะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ขาบสไตล์ จำกัด เกิดไอเดียที่จะนำเอาประสบการณ์ในการทำธุรกิจของเขาไปให้คำแนะนำในฐานะที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์แก่อุตสาหกรรมอาหาร
จึงเป็น ที่มาของธุรกิจรับออกแบบสร้างภาพลักษณ์และแบรนดิ้ง ภายใต้ชื่อ KARB STUDIO เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารที่ต้องการสร้างแบรนด์ ซึ่งสุทธิพงษ์เชื่อมั่นว่าการดีไซน์ที่ดี จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้สินค้าได้รับการยอมรับจากตลาดและผู้บริโภคในระยะเวลา อันสั้น โดยนำศิลปะมาเติมช่องว่างทางธุรกิจนั้นให้ประสบความสำเร็จ
“การ ที่สินค้าจะประสบความสำเร็จได้ จะต้องมีการดีไซน์มาเป็นสิ่งเติมเต็ม เวลาคุยธุรกิจกับลูกค้า ผมต้องหารากหรือแก่นของธุรกิจนั้นๆ เสียก่อน เมื่อเจอรากแล้วจึงค่อยนำสไตล์มาปรับใส่ แล้วคิดหาวิธีว่าจะทำให้รากของสินค้านั้นมีคุณค่าได้อย่างไร

ในกระบวนการรีแบรนดิ้งเราจะใช้ศิลปะมาดีไซน์ ซึ่งคนจำนวนมากมักใส่ดีไซน์ แต่ทิ้งรากเหง้าของวัฒนธรรมขององค์กรหรือตัวสินค้า หากเรายึดหัวใจสำคัญอย่างแก่นของธุรกิจเอาไว้แล้วมาผสมกับศิลปะผ่านงานดี ไซน์ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือ พาณิชย์ศิลป์ เมื่อดีไซน์ได้ ธุรกิจเกิด ผู้ประกอบการก็พอใจ มันเป็นการเชื่อมโยงกัน”
ในการ สร้างแบรนด์สุทธิพงษ์จะมองว่าตัวเขาเป็นเจ้าของสินค้า เพราะเมื่อคิดว่าเป็นเจ้าของสินค้าแล้ว จะต้องคำนึงถึงเรื่องการตลาดและโฆษณาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการทำธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งมุมมองศิลปะของดีไซเนอร์
“เวลา ผมนำเสนอชิ้นงานทุกชิ้น ผมให้ความสำคัญกับตัวสินค้าก่อน คือจะต้องตกผลึกเข้าถึงแก่น พอได้แล้วที่เหลือไม่ต้องใส่รายละเอียดอะไรมาก เป็นความงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง ซึ่งวิธีคิดแบบนี้ไม่ค่อยมีใครทำ ทุกคนผลิตสินค้าให้เกิดขึ้นในท้องตลาดก่อน

หลังจากนั้นค่อยนำกระบวนการส่งเสริมการขายผลักสินค้าให้เกิด ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่ผิด ผู้ประกอบการอยากทำสินค้าชิ้นหนึ่งขึ้นมาขาย โดยที่ยังไม่เข้าใจว่าสินค้าคืออะไร พอออกสู่ตลาดแล้ว คุณค่าหรือดีไซน์ยังไม่โดนใจผู้บริโภค ก็ต้องไปจ้างเอเยนซี่มาทำการตลาดโดยการโฆษณาเพื่อให้สินค้ากลับมาอยู่ใน กระแส ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ประกอบการจะต้องใช้เงินทำการตลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมถึงไม่เอาต้นทุนตรงจุดนี้มาคิดกระบวนการเรื่องของการออกแบบสินค้าให้ เกิดความงามตั้งแต่ต้น เพราะหากตัวโปรดักต์ตกผลึกแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีกเลย”
สุทธิพงษ์ แนะนำว่า การจะสร้างแบรนด์ให้สำเร็จนั้น ผู้ประกอบการต้องมีจุดยืนเรื่องความแข็งแกร่งของแบรนด์ ต้องคิดให้สินค้าคือแบรนดิ้ง และทุกอย่างคือการทำแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้า การตกแต่งสถานที่ ถุงช้อปปิ้ง ไปจนถึงโลโก้สินค้า ทุกอย่างล้วนเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแบรนด์ จึงต้องมีทั้งความสวยงามในแบบ “เรียบแต่ไม่ง่าย” และมีความหมายในเวลาเดียวกัน เมื่อแปลงโจทย์นำโปรดักต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารแบรนด์ที่ครบวงจรแล้ว สินค้านั้นก็ไม่จำเป็นต้องทำการตลาดใดๆ อีก ที่สำคัญคือ จะต้องไม่ลืมใส่ใจในเรื่องราก แนวคิด วิถีดั้งเดิมที่เป็นหัวใจของธุรกิจด้วย
และนี่...คือการสร้างแบรนด์ในแบบ “ขาบสไตล์” ที่ใช้ศิลปะมาเติมเต็มธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์




                 เครดิต: http://www.smethailandclub.com/knowledges-view.php?id=226

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

iBiz - Manager Online - ‘KIINTIM’ ดับร้อนชื่นใจ เต็มๆ ขนมไทยในแบบแท่ง! ไอศครีมขนมหวานไทยแบบแท่ง โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


คลิกดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.manager.co.th/iBizchannel/viewNews.aspx?NewsID=9560000039474

All Magazine ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2556 - เส้นทางชีวิต ความสุขที่เลือกแล้ว ฟู้ดสไตลิสต์ ความสุขของคนจัดแสงแต่งสีให้อาหาร